» Home » Magazine » News » Column » Article » Knowledge » Law » About us

แนวทางในการลดความเสี่ยงของการวิบัติของอาคารสำหรับผู้ประกอบการ
วันที่ : 11/13/2003   Article:บทความพิเศษ

ศ.ดร.วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย
นายมั่น ศรีเรือนทอง

          อาคารคือสิ่งปลูกสร้างถาวรที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยมีจุดประสงค์ในการใช้งานที่ชัดเจนตามอายุการใช้งานของอาคารที่จำกัด แม้จะปรากฏว่าสิ่งปลูกสร้างโบราณหลายแห่งจะสามารถคงทนถาวรอยู่ได้เป็นพันปี แต่โดยปกติแล้ว อาคารที่ก่อสร้างในยุคสมัยปัจจุบัน อายุการใช้งานของอาคารมักถูกกำหนดด้วยคุณค่าทางเศรษฐกิจของอาคาร โดยเฉลี่ยแล้ววิศวกรมักจะถือว่าอาคารมีอายุประมาณ 50 ปี เมื่อหมดคุณค่าทางเศรษฐกิจแล้ว แม้โครงสร้างอาคารจะมีความคงทนถาวรต่อไป ก็มักจะถูกรื้อถอน เพื่อให้สามารถใช้ที่ดินเพื่อประโยชน์อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุผลนี้ เราจะไม่ค่อยได้พบเป็นข่าวว่า อาคาร ก. อาคาร ข. ได้เกิดการทรุดพังเป็นมรณกรรมตามปกติวิสัยด้วยถึงแก่อายุขัยของมันแล้ว (เหมือนอย่างกรณีสังขารของมนุษย์) กรณีอาคารพัง จึงมักก่อนวัย เช่น เกิดการพังทลายตอนระหว่างก่อสร้าง (ถ้าเทียบกับมนุษย์ คือการตายตั้งแต่อยู่ในท้อง) หรือพังทลายเพราะภัยจากการใช้งานหนักกว่าที่อาคารจะทนได้จากภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว จากการใช้งาน เช่น อัคคีภัย หรือแม้กระทั่งจากการก่อการร้าย เช่น กรณีคนร้ายขับเครื่องบินชนตึกเวิรด์เทรดเซ็นเตอร์ในนิวยอร์ก เป็นต้น

          การวิบัติของอาคารที่กำลังก่อสร้าง หรือเพิ่งสร้างแล้วเสร็จ หรือในระหว่างการใช้งาน นอกเหนือจากเหตุสุดวิสัยแล้ว มักเกิดจากความคลาดเคลื่อนหรือความผิดพลาดของกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง หรือในหลายขั้นตอน ซึ่งเกิดขึ้นได้เพราะ

  1. ความไม่รู้ (ignorance)
  2. ความประมาทและละเลย (carelessness and negligence)
  3. ความโลภ (greed)

ความคลาดเคลื่อน สามารถเกิดขึ้นได้ในสามขั้นตอนของวงจรอายุอาคาร ดังต่อไปนี้

  1. ขั้นตอนการพัฒนาแบบอาคาร
  2. ขั้นตอนในการก่อสร้างอาคาร และ
  3. ขั้นตอนในการใช้งานอาคาร

กลุ่มคนที่มีบทบาทและความรับผิดชอบในกิจกรรมสามขั้นตอนนี้ ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสีย (stakeholders) ประกอบด้วย

  1. กลุ่มเจ้าของอาคารหรือตัวแทน
  2. กลุ่มผู้ออกแบบ ได้แก่ สถาปนิก วิศวกรโครงสร้าง และวิศวกรงานระบบ
  3. กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง
  4. กลุ่มผู้ใช้อาคารรวมทั้งสาธารณชนในกรณีอาคารสาธารณะ และ
  5. กลุ่มผู้ตรวจสอบและดูแลรักษาอาคารและอุปกรณ์ที่ติดตั้งภายในอาคาร

ความคลาดเคลื่อนในขั้นตอนการพัฒนาแบบอาคาร

ขั้นตอนนี้ผู้มีบทบาทประกอบด้วย (1) เจ้าของอาคาร (ในฐานะผู้ว่าจ้าง) หรือตัวแทน (ที่ปรึกษา) และ (2) กลุ่มผู้ออกแบบ (ในฐานะผู้รับจ้างและผู้รับผิดชอบในแบบอาคารให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยตามกฎหมายและตามหลักวิชาชีพ)

          ความรับผิดชอบของเจ้าของอาคาร หรือที่ปรึกษาตัวแทน คือ การต้องกำหนดการใช้งานของอาคารอย่างชัดเจนว่า เมื่ออาคารนี้สร้างเสร็จแล้ว ส่วนไหนของอาคารจะมีการใช้งานอย่างไรบ้าง เพื่อสถาปนิกผู้ออกแบบจะได้พิจารณาออกแบบพื้นที่ให้เหมาะสมกับการใช้งาน และวิศวกรระบบจะได้พิจารณาติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ให้เหมาะสมเพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยจากการใช้งาน ส่วนวิศวกรโครงสร้างจะได้พิจารณาภาระการรับน้ำหนักสูงสุดที่สามารถเกิดขึ้นจากการใช้งานดังกล่าว รวมทั้งน้ำหนักอุปกรณ์ต่างๆ ภายในอาคาร เพื่อนำไปใช้ในการออกแบบส่วนต่างๆ ของโครงสร้างอาคารให้สามารถรับน้ำหนักดังกล่าวได้ รวมทั้งน้ำหนักที่เกิดจากแรงตามธรรมชาติ เช่น แรงลม และแรงสั่นสะเทือนเนื่องจากแผ่นดินไหว โดยต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยตามหลักวิชาชีพและตามกฎหมาย โดยผู้ออกแบบจะต้องมีหน้าที่พัฒนาแบบเพื่อยื่นขออนุญาตต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการก่อสร้างตามแบบด้วย

          ขั้นตอนนี้ การสื่อสารระหว่างเจ้าของอาคารและกลุ่มผู้ออกแบบ และระหว่างกลุ่มผู้ออกแบบเอง มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างระหว่างกัน อาจทำให้เกิดการเข้าใจผิด ซึ่งจะส่งผลถึงปัญหาการก่อสร้างที่จะต้องปรับเปลี่ยนแก้ไขแบบก่อสร้างที่หน้างาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะส่งผลอย่างแน่นอนถึงความปลอดภัยของขั้นตอนการใช้งานอาคารในภายหลัง

ความคลาดเคลื่อนในขั้นตอนการก่อสร้างอาคาร

          ขั้นตอนนี้ผู้มีบทบาทมากที่สุดคือ กลุ่มผู้รับเหมา และกลุ่มเจ้าของอาคาร ซึ่งโดยปกติมักจะต้องจ้างที่ปรึกษาที่เป็นวิศวกรหรือสถาปนิก มาทำหน้าที่เป็นผู้แทน เพื่อควบคุมให้กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างอาคารและติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ตามแบบที่กลุ่มผู้ออกแบบได้ออกแบบไว้ในขั้นตอนนี้ โดยหลักวิชาชีพ กลุ่มผู้ออกแบบจะต้องเข้าร่วมประชุมเพื่อสังเกตการณ์ว่า การก่อสร้างได้ทำตามแบบที่ออกแบบไว้จริง และเพื่อให้คำปรึกษาในกรณีที่แบบไม่ชัดเจน หรือต้องมีการปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมกับหน้างาน เมื่อการก่อสร้างอาคารสมบูรณ์แล้ว ถ้าเป็นอาคารที่ต้องมีใบอนุญาตการใช้งาน ก็จะต้องยื่นขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น เพื่อให้มาตรวจสอบว่าการก่อสร้างและการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ เป็นไปตามแบบที่ได้รับอนุญาตเมื่อตอนจะเริ่มก่อสร้าง

ความคลาดเคลื่อนในขั้นตอนการใช้งานอาคาร

          ขั้นตอนนี้ผู้มีบทบาทมากที่สุด คือ กลุ่มเจ้าของอาคาร รวมทั้งกลุ่มผู้ใช้อาคารที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของอาคาร เจ้าของอาคารมีหน้าที่ต้องควบคุมให้การใช้งานเป็นไปตามที่เคยกำหนดไว้แก่กลุ่มผู้ออกแบบในขั้นตอนที่หนึ่ง ขั้นตอนนี้มักมีการปล่อยปละละเลยได้ง่ายที่สุด ด้วยเหตุผลอันเป็นประโยชน์แก่เจ้าของอาคารเอง หรือด้วยไม่เอาใจใส่ของเจ้าของอาคาร การใช้งานผิดไปจากที่เคยกำหนดต่อผู้ออกแบบ อาจทำให้โครงสร้างอาคารต้องรับภาระรับน้ำหนักเกินกว่าที่ออกแบบไว้เป็นประจำ แม้อาคารอาจไม่พังทลายทันทีเพราะวิศวกรโครงสร้างได้เผื่อส่วนความปลอดภัยตามหลักวิชาชีพไว้ แต่อาจทำให้อาคารเกิดการล้าตัว ทำให้เกิดการทรุดโทรมอย่างรวดเร็วจนอาจวิบัติได้ก่อนอายุขัยของอาคาร เพื่อให้การใช้อาคารเป็นไปตามที่ออกแบบไว้ เจ้าของอาคารอาจใช้วิธีตั้งตัวแทน คือ ว่าจ้างกลุ่มผู้ดูแลรักษาอาคารรวมทั้งอุปกรณ์ที่ติดตั้งภายในอาคาร

ความเสี่ยงต่อการวิบัติของอาคาร

          ความเสี่ยงของอาคารที่นำไปสู่ความวิบัติทันทีหรือในภายหลัง มักเกิดจากความไม่สอดคล้องของสามขั้นตอนที่เกิดจากสาเหตุความผิดพลาดข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อดังกล่าว ได้แก่

  1. การก่อสร้างอาคาร ไม่ได้เป็นไปตามแบบที่กลุ่มผู้ออกแบบได้ร่วมทำไว้ ด้วยความผิดพลาดหรือโดยความตั้งใจก็ตาม โอกาสที่การวิบัติจะเกิดทันทีทันใดในระหว่างการก่อสร้าง หรือเมื่อก่อสร้างเพิ่งแล้วเสร็จมีสูงมาก แต่ที่น่ากลัวกว่านั้น คือกรณีที่อาคารยังอยู่ได้อย่างหมิ่นเหม่ ด้วยสุขภาพที่ทรุดโทรม (คือด้วยส่วนความปลอดภัย - factor of safety สูงกว่าหนึ่งเพียงเล็กน้อย) กลายเป็นระเบิดเวลาพร้อมที่จะพังเมื่อไรก็ได้ เพราะอาคารที่แบกน้ำหนักใกล้กำลังตัวเอง มักจะเกิดการล้าทำให้เกิดการคืบตัวและเสียกำลังไปในที่สุด
  2. การใช้อาคาร ไม่ได้เป็นไปตามที่เจ้าของอาคารกำหนดไว้กับกลุ่มผู้ออกแบบ ด้วยความผิดพลาดของการสื่อสารระหว่างเจ้าของงานกับกลุ่มผู้ออกแบบ หรือระหว่างผู้ออกแบบเอง หรือด้วยความจำเป็นในภายหลังจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป หรือด้วยความโลภของผู้ใช้อาคาร ถ้าการใช้อาคารที่เปลี่ยนไปก่อให้เกิดภาระการรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น หรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อระบบความปลอดภัยอื่นๆ เช่น อัคคีภัย ความเสี่ยงภัยที่จะเกิดต่ออาคารและผู้ใช้อาคารก็จะมีมากขึ้น กรณีนี้การวิบัติมักไม่เกิดทันที เพราะส่วนความปลอดภัยที่เผื่อไว้ แต่อาจกลายเป็นระเบิดเวลาที่จะทำให้อาคารล้าและพังได้ในภายหลัง
  3. การใช้อาคารเปลี่ยนไป ทำให้มีการต่อเติมจากการก่อสร้างเดิม กรณีนี้มักเกิดบ่อยที่สุดโดยเฉพาะกับอาคารขนาดเล็กและย่อม และมักเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ความจริงแล้วการต่อเติมดัดแปลงอาคารบางอาคาร อาจไม่อันตรายอย่างที่คิด ถ้ามีการคำนวณออกแบบการเสริมกำลังโดยวิศวกรโครงสร้าง และสามารถกระทำได้ในกรอบของกฎหมาย

อัตราความเสี่ยงภัย

          การออกแบบในเชิงวิศวกรรม จะต้องมีการเผื่อกำลังไว้เกินภาระการรับน้ำหนักประมาณสองเท่า ถ้าเปรียบเทียบอาคารกับนักยกน้ำหนักแล้ว ก็คือ การคัดนักยกน้ำหนักที่มีขีดกำลังความสามารถในการยกน้ำหนักได้ประมาณสองเท่าของน้ำหนักจริงที่ต้องการให้ยก อาคารก็เหมือนนักยกน้ำหนัก การยกน้ำหนักเต็มขีดกำลังจะทำให้นักยกน้ำหนักเกิดการล้าอย่างรวดเร็ว และยกไว้ไม่ได้นาน

          ดังนั้น จะเห็นว่าถ้าอาคารได้รับการออกแบบตามมาตรฐานแล้ว และถ้าไม่มีการคลาดเคลื่อนเนื่องจากความไม่สอดคล้องของขั้นตอนทั้งสาม โอกาสที่อาคารจะพังทลายลงมามีน้อยมาก ในตารางข้างล่างนี้ David E. Allen แห่ง National Research Council of Canada ได้บันทึกสถิติเปรียบเทียบสถิติอัตราการตายในทุกๆ หนึ่งชั่วโมงที่สัมผัสกับกิจกรรมเหล่านี้ ปรากฏว่า คนตายจากอาคารถล่มมีน้อยกว่า 1 คนต่อคนจำนวน 109 คนที่สัมผัสกับอาคาร เปรียบเทียบกับกิจกรรมอื่นๆ เช่น นักมวยที่เสียชีวิตมากกว่าถึง 70,000 เท่า

          การลดความเสี่ยงต่อภัยพิบัติของอาคาร แท้จริงขึ้นกับบทบาทของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย (stakeholders) ในการควบคุมและทำหน้าที่ในกิจกรรมส่วนที่ตนเองรับผิดชอบในขั้นตอนทั้งสามขั้นตอน คือ การพัฒนาแบบ การก่อสร้าง และการใช้งานอย่างเคร่งครัด แต่โดยที่กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่มีบทบาทมากในการช่วยลดความเสี่ยงคือ ผู้ที่ได้รับการคัดสรรว่าจ้างจากเจ้าของอาคาร ดังนั้น ความเข้าใจในบทบาทและความรับผิดชอบของฝ่ายเจ้าของอาคารจึงเป็นเรื่องสำคัญมากในการลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดจากภัยพิบัตินี้

ภาคผนวก ก. กรณีศึกษาการวิบัติของอาคารโรงงาน

ภาคผนวก ข. อาคารสุขภาพเสื่อม อาการจากรอยร้าว

  Back |   Top


Magazine | Engineeringtoday . Construction & Property . ไฟฟ้าและอุตสาหกรรม . อินทาเนีย . Green network . บรรจุภัณฑ์ไทย . Minning Magazine .
Directory | ทำเนียบอุตสาหกรรมก่อสร้าง-วัสดุ . YellowGreen Pages Thailand .
Article | In Trend . WorldWatch . เวทีประลองความคิด . ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง . สู่ศตวรรษใหม่ . รายงานพิเศษ . บทความพิเศษ . FW-mail
Column | Travel . สกู๊ปพิเศษ . เยี่ยมชมโครงการ/โรงงาน . แฟ้มบุคคล . เทคโนโลยี . พลังงานสิ่งแวดล้อม . สิ่งประดิษฐ์ / งานวิจัย . รอบรู้เรื่องไอที
Knowledge | องค์กรวิศวกรรม&อุตสาหกรรม . โครงการสนับสนุนอุตสาหกรรม . บริการอุตสาหกรรม . มาตรฐานอุตสาหกรรม . ศัพท์ช่าง
Law | วิศวกรรม . อุตสาหกรรม . พลังงาน . ทรัพย์สินทางปัญญา


471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400 Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649 Fax. 0-2640-4260
Copyright ©TECHNOLOGY MEDIA CO.,LTD All right reserved