» Home » Magazine » News » Column » Article » Knowledge » Law » About us

Engineering Today ปีที่ 1 ฉบับที่ 03 มีนาคม 2546
วารสาร : Engineering Today
ฉบับ : ปีที่ 1 ฉบับที่ 03 มีนาคม 2546
เรื่องเด่นในฉบับ :
• กรณีศึกษา 5 โรงงานจากโครงการประหยัดพลังงานด้วยเทคนิค VE (Value Engineering)
• วิกฤตและทางออกด้านพลังงานของประเทศไทย
• การประหยัดพลังงานในอาคาร
• งานวิจัยด้านการจัดการโลจิสติกส์และโซ่คุณค่า : ต้นแบบจากยุโรป
• วิศวกรรมไทยจากอดีตสู่ปัจจุบัน
• ประสงค์ ธาราไชย พัง แพง พอดี แนวคิดจากการเรียนสู่การงาน
ราคา : 60.00 บาท

คอลัมน์ : กฎหมายน่ารู้
ชื่อเรื่อง : กฎหมายน่ารู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงาน

บทนำ

ปัจจุบันการใช้พลังงานให้มีประสิิทธิภาพถือเป็นเรื่องที่ ทุกหน่วยงานทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนได้ให้ความสำคัญ โดยเฉพาะภาครัฐได้มีการออกกฎหมายทั้งในรูปพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา และกฎกระทรวง โดยมีวัตถุประสงค์ให้ธุรกิจอุตสาหกรรมและอาคารสูงที่เป็นแหล่งใช้พลังงานมากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ มีการใช้พลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม ต้องทราบถึงวิธีการปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินงานของธุรกิจอุตสาหกรรมและการใช้พลังงานโดยรวมของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เขียนจึงได้รวบรวม และอธิบายข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถทำความเข้าใจและสามารถนำไปปฏิบัติได้ ครบถ้วนตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้

กฎหมายเรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์พลังงาน

เมื่อปี พ.ศ. 2535 ได้เกิดวิกฤตการณ์สงครามอ่าวเปอร์เซีย ขึ้น ส่งผลให้ทั่วโลกเกิดปัญหาด้านพลังงาน โดยรัฐบาลสมัยนั้น (นายอานันท์ ปันยารชุน) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้ พลังงานเช่นกัน จึงได้ออกพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์พลังงานฉบับแรกขึ้น คือ “พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535” และได้ออกพระราชกฤษฎีกาและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์พลังงานตามมาอีก ดังนี้

  • พระราชกฤษฎีกากำหนดอาคารควบคุม พ.ศ. 2538 และกฎกระทรวง ว่าด้วยกำหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ์และวิธีการอนุรักษ์พลังงานในอาคารควบคุม
  • กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2538) ว่า ด้วยกำหนดแบบและระยะเวลาส่งข้อมูลเกี่ยวกับ การใช้พลังงาน และการอนุรักษ์พลังงานและกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการบันทึกข้อมูลการใช้พลังงานและการติดตั้งหรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรือ อุปกรณ์ที่มีผลต่อการใช้พลังงานและการอนุรักษ์ พลังงาน
  • กฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2538) ว่า ด้วยกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และระยะเวลาให้ เจ้าของอาคารควบคุมจัดทำส่งเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานของอาคารควบคุมและตรวจสอบและวิเคราะห์การปฏิบัติตามเป้าหมายและแผน อนุรักษ์พลังงาน
  • พระราชกฤษฎีกากำหนดโรงงานควบคุม พ.ศ. 2540 และกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2540) ว่าด้วยกำหนดแบบและระยะเวลาการส่งข้อมูล เกี่ยวกับการผลิต การใช้พลังงานและการอนุรักษ์พลังงานและกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการบันทึกข้อมูลการใช้พลังงาน และการติดตั้งหรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มีผลต่อการใช้พลังงาน และการอนุรักษ์พลังงาน
  • กฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2540) ว่าด้วยกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาให้เจ้าของโรงงานควบคุมกำหนดและส่งเป้าหมาย และแผนอนุรักษ์พลังงานของโรงงานควบคุม และตรวจสอบและวิเคราะห์การปฏิบัติตามเป้าหมาย และแผนอนุรักษ์พลังงาน

ผู้ใดที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงาน

ผู้ที่อยู่ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์พลังงานจะถูกเรียกว่า “อาคารควบคุม” หรือ “โรงงานควบคุม” แล้วแต่กรณี โดยเน้นไปที่อาคารและโรงงานที่มีการใช้พลังงานในปริมาณที่มาก ซึ่งอาคารหรือโรงงานที่จะเข้าข่ายเป็นอาคาร ควบคุมหรือโรงงานควบคุมนั้นจะต้องมีลักษณะ การใช้พลังงานอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้

1. อาคารหรือโรงงานหลังเดียวหรือหลายหลังภายใต้เลขที่บ้านเดียวกัน ได้รับอนุมัติจาก ผู้จำหน่ายไฟฟ้าให้ใช้เครื่องวัดไฟฟ้าตั้งแต่ 1,000 กิโลวัตต์ (KW) ขึ้นไป หรือติดตั้งหม้อแปลงเครื่องเดียวหรือหลายเครื่องรวมกันมีขนาดตั้งแต่ 1,175 กิโลโวลต์แอมป์ (KVA) ขึ้นไป หรือ

2. มีการใช้พลังงานไฟฟ้า (3.6 MJ/KW-h) ความร้อนจากไอน้ำ หรือพลังงานสิ้นเปลืองอย่างใดอย่างหนึ่ง (ตั้งแต่ 1 ม.ค.- 31 ธ.ค. ของทุกปี) รวม แล้วมีค่าตั้งแต่ 20 ล้านเมกะจูล ขึ้นไป

การอนุรักษ์พลังงานตามกฎหมาย ต้องทำอะไรบ้าง

ในพระราชบัญญัติการส่งเสริมอนุรักษ์ พลังงาน พ.ศ. 2535 ได้กำหนดให้ผู้ที่เป็นเจ้าของอาคารควบคุมและโรงงานควบคุมมีหน้าที่ดำเนินการอนุรักษ์พลังงานดังต่อไปนี้

1. จัดให้มีผู้รับผิดชอบด้านพลังงาน (โดยต้องผ่านการอบรม หลักสูตรการอนุรักษ์พลังงานตามที่กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน (พพ.) กำหนดไว้) อย่างน้อยหนึ่งคน ประจำ ณ อาคารหรือโรงงานควบคุมแต่ละแห่ง โดยผู้รับผิดชอบด้านพลังงานมีหน้าที่ดังนี้

  • บำรุงรักษาและตรวจสอบประสิทธิภาพของเครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้พลังงาน l บันทึกข้อมูลการติดตั้ง หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรที่ มีผลต่อการใช้พลังงานตามแบบฟอร์ม บพอ. 2 (สำหรับอาคาร ควบคุม) หรือ บพร. 2 (สำหรับโรงงานควบคุม) โดยต้องเก็บข้อมูลนี้ไว้อย่างน้อย 5 ปี
  • รายงานการใช้พลังงานและรับรองความถูกต้องตาม แบบฟอร์ม บพอ.1 (กรณีอาคารควบคุม) หรือ บพร.1 (กรณี โรงงานควบคุม) เป็นรายเดือน โดยจัดส่งให้ พพ. ทุก 6 เดือน โดยเนื้อหาของรายงานจะเกี่ยวข้องกับข้อมูลทั่วไป ข้อมูลลักษณะอาคารหรือข้อมูลการผลิตในโรงงาน ข้อมูลการใช้พลังงานเป็น รายเดือน และข้อมูลการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรที่มีผล ต่อการใช้พลังงานและการอนุรักษ์พลังงาน
  • ปรับปรุงวิธีการใช้พลังงานให้เป็นไปตามหลักการอนุรักษ์ พลังงาน
  • ช่วยเจ้าของอาคารหรือโรงงานควบคุมในการกำหนด เป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน
  • รับรองผลการตรวจสอบหรือวิเคราะห์การปฏิบัติตาม เป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน

2. ดำเนินการอนุรักษ์พลังงานให้เป็นไปตามมาตรการหรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ ซึ่งในส่วนนี้ทางอาคารหรือโรงงานควบคุม จำเป็นต้องจัดจ้างที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์พลังงานที่ขึ้นทะเบียน กับ พพ. เข้าดำเนินการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงาน ทั้งในเบื้องต้นและโดยละเอียด (ในอนาคตอาจจะไม่ต้องทำการ ตรวจสอบฯ ในเบื้องต้น) และช่วยจัดทำเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานให้กับอาคารหรือโรงงานควบคุม ซึ่งค่าใช้จ่ายในการ จัดจ้างที่ปรึกษาฯ พพ. จะให้เงินช่วยเหลือจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานกับเจ้าของอาคารหรือโรงงานควบคุมแล้วแต่ กรณี

3. ปฏิบัติตามแผนอนุรักษ์พลังงานที่ได้กำหนดไว้ โดยต้องเป็นแผนอนุรักษ์พลังงานที่ พพ. ได้ตรวจสอบและเห็นชอบกับแผนนั้นแล้ว โดยเจ้าของอาคารหรือ โรงงานควบคุมสามารถขอรับเงินสนับสนุนจาก กองทุนฯ ในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ตามแผนฯ ได้แล้วแต่กรณี

4. ต้องมีการตรวจสอบและวิเคราะห์การปฏิบัติตามเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานที่ได้ จัดทำไปแล้ว เสนอให้กับ พพ. เป็นประจำทุกปี และการตรวจสอบต้องดำเนินการโดยที่ปรึกษาฯ ที่ขึ้นทะเบียนกับ พพ. แล้วเท่านั้น

มาตรฐานการอนุรักษ์พลังงานที่สำคัญสำหรับอาคารควบคุม

- การถ่ายเทความร้อน

หลังคา (วัตต์/ตารางเมตร)
ผนังด้านนอกอาคาร (วัตต์/ตารางเมตร)
อาคารเก่า
25
55
อาคารใหม่
25
45

- ไฟฟ้าส่องสว่าง (ไม่รวมพื้นที่จอดรถ)

สำนักงาน, โรงแรม, สถานศึกษา, โรงพยาบาล 16 วัตต์/ตารางเมตร
ร้านขายของ, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ศูนย์การค้า 23 วัตต์/ตารางเมตร

- การปรับอากาศในอาคาร เครื่องทำความเย็นชนิดระบายความร้อนด้วยน้ำ

แบบหอยโข่ง (ตันความเย็น)
แบบลูกสูบ (ตันความเย็น)
แบบเป็นชุด
แบบสกรู
<250
250-500
>500
<35
>35
อาคารใหม่ (kw/ตันความเย็น)
0.75
0.70
0.67
0.98
0.91
0.88
0.70
อาคารเก่า (kw/ตันความเย็น)
0.90
0.84
0.80
1.18
1.10
1.06
0.84

เครื่องทำความเย็นชนิดระบายความร้อนด้วยอากาศ

 
แบบหอยโข่ง (ตันความเย็น)
แบบลูกสูบ (ตันความเย็น)
แบบเป็นชุด
แบบติดหน้าต่าง/แยกส่วน
<250
>250
<50
>50
อาคารใหม่ (kw/ตันความเย็น)
1.40
1.20
1.30
1.25
1.37
1.40
อาคารเก่า (kw/ตันความเย็น)
1.61
1.38
1.50
1.44
1.58
1.61

หมายเหตุ อาคารใหม่ คืออาคารที่ขออนุญาตก่อสร้างหลังพระราชกฤษฎีกากำหนดอาคารควบคุมมีผลบังคับใช้ อาคารเก่า คืออาคารที่ขออนุญาตก่อสร้างก่อนพระราชกฤษฎีกากำหนดอาคารควบคุมมีผลบังคับใช้

การช่วยเหลือทางการเงิน

พ.ร.บ. อนุรักษ์พลังงานกำหนดให้มีการจัดตั้งกองทุนหนึ่งขึ้นที่เรียกว่า “กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน” เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนและช่วยเหลือหรืออุดหนุนการดำเนิินงานที่เก่ี่ยวกับการ อนุรักษ์พลังงาน โดยจะจัดเก็บจากผู้ผลิตและนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติ และเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเป็นคราวๆ สำหรับเจ้าของอาคารและ โรงงานควบคุมสามารถขอความช่วยเหลือทาง การเงินจากกองทุนฯ นี้เพื่อใช้ในการอนุรักษ์พลังงาน ทั้งในเรื่องการตรวจสอบวิเคราะห์การใช้พลังงานหรือการจัดซื้ออุปกรณ์หรือวัสดุที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อใช้ในการอนุรักษ์พลังงาน โดยต้องได้รับความเห็นชอบในหลักการจาก พพ. ก่อน หลักเกณฑ์ในการให้ความช่วยเหลือจะแบ่งออกมาเป็นสองกรณี คือ

1. กรณีอาคารหรือโรงงานควบคุมเป็นของรัฐ การให้ความช่วยเหลือทางการเงิน กองทุนฯ จะให้เงินช่วยเหลือทั้งในส่วนของค่าจ้างบริษัท ที่ปรึกษาตรวจสอบวิเคราะห์การใช้พลังงานและ การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน เต็มเท่าที่จ่ายจริง

2. กรณีอาคารหรือโรงงานควบคุมเป็นของเอกชน กองทุนจะให้เงินช่วยเหลือการจัดจ้าง ที่ปรึกษาฯ แบบให้เปล่าไม่เกิน 100,000.- บาท สำหรับการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงาน ในเบื้องต้น และเงินอุดหนุนร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 500,000.- บาท สำหรับการจัดจ้างที่ปรึกษาฯ เพื่อตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานโดยละเอียดและการจัดทำเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน ในส่วนของการลงทุนตามแผนอนุรักษ์พลังงานจะได้รับเงินอุดหนุนเป็นกรณีไป ตามความเห็นชอบของ พพ. นอกจากนี้ ยังมีเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่าไม่เกิน 2,000,000.- บาท สำหรับเจ้าของอาคารหรือโรงงานควบคุมที่ประสงค์จะปรับปรุงอาคารหรือโรงงานที่ อยู่ระหว่างการก่อสร้างให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่ามาตรฐานการอนุรักษ์พลังงาน

สำหรับในส่วนของโรงงานควบคุมจะไม่มีการกำหนดมาตรฐานการอนุรักษ์พลังงานที่ตายตัว แต่จะมุ่งเน้นในการตรวจสอบเพื่อหาประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต ทั้งในส่วนการสูญเสียจากการเผาไหม้ ผนังเตา หม้อน้ำ ท่อไอเสีย และอุปกรณ์ใช้ความร้อนอื่นๆ การสูญเสียทางไฟฟ้าจากระบบแสงสว่าง ระบบ ปรับอากาศ เครื่องจักร รวมถึงค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า (PF) หลังจากนั้นจะทำการประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานใน ด้านเทคนิค เพื่อทำการออกแบบเชิงวิศวกรรมสำหรับปรับปรุง เปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตหรือเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ

สรุป

หลังจากที่ทราบความสำคัญและเนื้อหาของกฎหมายเพื่อ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานแล้วนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้อง ปฏิบัติตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ทุกประการ มิฉะนั้นเจ้าของโรงงานหรืออาคารควบคุมจะมีความผิดตามที่ประมวลกฎหมายอาญา ระบุไว้ นอกจากนี้ผลดีที่ได้รับโดยตรงกับเจ้าของอาคารหรือโรงงานควบคุมคือ อาคารหรือโรงงานจะมีการใช้พลังงานในการดำเนินธุรกิจหรือในกระบวนการผลิตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดต้นทุนของสินค้าหรือบริการ ทำให้มีความสามารถในการแข่งขันและส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอีกด้วย


  ชื่อผู้เขียน : สมโชค บุญชัยศรี

  Back |   Top


Magazine | Engineeringtoday . Construction & Property . ไฟฟ้าและอุตสาหกรรม . อินทาเนีย . Green network . บรรจุภัณฑ์ไทย . Mining Magazine .
Directory | ทำเนียบอุตสาหกรรมก่อสร้าง-วัสดุ . YellowGreen Pages Thailand .
Article | In Trend . WorldWatch . เวทีประลองความคิด . ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง . สู่ศตวรรษใหม่ . รายงานพิเศษ . บทความพิเศษ . FW-mail
Column | Travel . สกู๊ปพิเศษ . เยี่ยมชมโครงการ/โรงงาน . แฟ้มบุคคล . เทคโนโลยี . พลังงานสิ่งแวดล้อม . สิ่งประดิษฐ์ / งานวิจัย . รอบรู้เรื่องไอที
Knowledge | องค์กรวิศวกรรม&อุตสาหกรรม . โครงการสนับสนุนอุตสาหกรรม . บริการอุตสาหกรรม . มาตรฐานอุตสาหกรรม . ศัพท์ช่าง
Law | วิศวกรรม . อุตสาหกรรม . พลังงาน . ทรัพย์สินทางปัญญา


471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400 Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649 Fax. 0-2640-4260
Copyright ©TECHNOLOGY MEDIA CO.,LTD All right reserved