» Home » Magazine » News » Column » Article » Knowledge » Law » About us

" ต้นไม้เบอร์ 5" ต้นไม้กับการประหยัดพลังงาน
วันที่ : 11/13/2003   Column: พลังงานสิ่งแวดล้อม

          ต้นไม้ควรได้ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ด้วยเช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงานอื่น ๆ ทั้งนี้เพราะต้นไม้ช่วยประหยัดพลังงานได้เช่นเดียวกัน

          หน้าฝนนี้ลองหาทางปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้น บ้านท่านก็จะมีอุปกรณ์ประหยัดไฟเบอร์ 5 เพิ่มมากขึ้น ในราคาที่ไม่แพง แต่ให้ประโยชน์มากมาย นอกจากความร่มรื่น ความสดชื่น และอากาศบริสุทธิ์ที่ต้นไม้ได้มอบให้แก่โลกแล้ว ต้นไม้ยังช่วยลดความร้อนให้แก่โลกได้มากทีเดียว

          ทั้งนี้เนื่องจากตลอดเวลาขณะที่ต้นไม้ดำรงชีวิตด้วยการ "สังเคราะห์แสง" นั้น ต้นไม้จะมีการ "คายน้ำ" โดยดึงเอาความร้อนที่อยู่รอบ ๆ ไปทำให้น้ำที่รากดูดขึ้นมานั้นกลายเป็นไอน้ำระเหยผ่านทางปากใบ ทำให้มีความชื้นและอุณหภูมิอากาศรอบ ๆ ต้นไม้เย็นลง

          หากต้นไม้นั้นอยู่ใกล้บริเวณบ้าน ก็จะช่วยลดความร้อนให้กับสภาพแวดล้อมและบ้าน เมื่อบ้านเย็นลงย่อมทำให้ใช้เครื่องปรับอากาศและพัดลมน้อยลงได้ ถือเป็นการช่วยประหยัดพลังงานทางหนึ่งนั่นเอง

          เชื่อหรือไม่ว่าต้นไม้ขนาดใหญ่ 1 ต้นนั้น สามารถทำความเย็นให้กับสภาพแวดล้อมได้เทียบเท่ากับเครื่องปรับอากาศขนาด 1 ตันเลยทีเดียว ถึงแม้จะไม่เย็นรวดเร็วเท่ากับเครื่องปรับอากาศก็ตาม แต่ว่าต้นไม้ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า ไม่ต้องเสียค่าไฟฟ้าในการทำความเย็น เพราะเครื่องปรับอากาศขนาด 1 ตัน ซึ่งสามารถทำความเย็นได้ 12,000 บีทียูต่อชั่วโมง จะกินไฟฟ้าประมาณ 1,000 วัตต์

          ต้นไม้จึงเปรียบเสมือนเครื่องปรับอากาศจอมขยัน ช่วยลดความร้อนให้บ้านตั้งแต่เช้าจรดเย็น ดังนั้นทุกครั้งที่เราปลูกต้นไม้ใหญ่ในบริเวณบ้าน เรากำลังได้ประโยชน์จากธรรมชาติหรือต้นไม้ 4 ประการด้วยกัน คือ ให้ร่มเงา สร้างอากาศบริสุทธิ์ ทำความเย็น และช่วยประหยัดพลังงานให้กับบ้านพร้อม ๆ กัน

ปลูกต้นไม้ทิศไหนดี

          ต้นไม้ปลูกได้ดีในทุกทิศ ยิ่งปลูกมากก็จะช่วยเพิ่มความเย็นให้กับบ้านได้มาก สำหรับประเทศไทยการปลูกต้นไม้เพื่อบังแดดควรปลูกทางทิศใต้และทิศตะวันตก จึงจะให้ผลดีที่สุดในการป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ทั้งนี้เพราะประเทศเราตั้งอยู่ค่อนไปทางซีกโลกเหนือ เส้นทางโคจรของดวงอาทิตย์จึงอ้อมทางทิศใต้เกือบตลอดปี เป็นเวลา 8-9 เดือน และเดือนธันวาคมก็จะเป็นช่วงเดือนที่ดวงอาทิตย์อ้อมไปทางทิศใต้มากที่สุดและมีมุมแดดต่ำที่สุดด้วย ช่วงที่เหลืออีกประมาณ 3-4 เดือน (พฤษภาคม-กรกฎาคม) นั้น ดวงอาทิตย์จะเคลื่อนที่อ้อมไปทางทิศเหนือโดยมีมุมแดดค่อนข้างสูง

จะปลูกต้นไม้แบบไหนดี

          ต้นไม้ที่เหมาะกับประเทศไทย มีให้เลือกมากมายหลายชนิด อาจแยกชนิดของต้นไม้และลักษณะการใช้ประโยชน์จากต้นไม้ได้ดังนี้

  • ต้นไม้ทรงสูงขนาดใหญ่ ถ้าต้องการใช้ประโยชน์จากการมีต้นไม้ใหญ่อย่างเต็มที่ ควรปลูกต้นไม้ที่สามารถให้ร่มเงาแก่บ้านได้มาก เช่น ต้นไม้ที่มีทรงพุ่มแผ่กว้างและเป็นไม้ไม่ผลัดใบ เลือกใช้ต้นไม้สูงที่มีพุ่มใบเพื่อกรองแดด โดยควรจะตัดกิ่งด้านล่างให้โปร่งเพื่อให้ลมสามารถพัดผ่านเข้าบ้านได้ ควรเลือกชนิดต้นไม้ให้เหมาะสมสำหรับใช้เป็นร่มเงาที่มีอยู่ตามท้องถิ่น เพื่อลดการใช้ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง การดูแลรักษา ต้นไม้ผลหรือไม้ดอก เช่น ต้นมะม่วง ต้นขนุน ต้นขี้เหล็ก ต้นไม้สวยงาม เช่น ต้นปีป ต้นอินทนิล ต้นประดู่ ต้นสุพรรณิกา ข้อควรระวังสำหรับไม้ใหญ่คือควรปลูกให้ห่างจากตัวบ้านในระยะที่เหมาะสม
  • ไม้ทรงสูงขนาดกลาง ซึ่งมีความสูง 1-2 เมตร เช่น โมก แก้ว ชบา เทียนทอง หมากแดง กล้วย โกศล สามารถปลูกใกล้หน้าต่างและตัวบ้านได้ โดยรากไม้ไม่ทำอันตรายกับตัวบ้าน ต้นไม้เหล่านี้จะช่วยป้องกันความร้อนให้กับผนังบ้านได้ดี หรือในกรณีที่ผนังเป็นกระจกต้นไม้เหล่านี้ก็จะช่วยกรองแสงแดดได้
  • ต้นไม้ทรงพุ่มเตี้ยและไม้คลุมดิน ส่วนใหญ่เป็นไม้ดอกไม้ประดับ และเฟิร์นทุกชนิดต่าง ๆ ไม่ใช่ไม้ทรงสูง มักจะเจริญเติบโตในแนวกว้าง ต้นไม้เหล่านี้จึงช่วยปกคลุมดินไม่ให้ถูกแสงแดดเผา ทำให้ลดการสะสมความร้อนในผืนดินและลดแสง สะท้อนสภาพแวดล้อมรอบ ๆ บ้านจึงเย็นลงได้
  • ต้นไม้แขวน ส่วนใหญ่ได้แก่กล้วยไม้นานาชนิด และเฟิร์นชนิดต่าง ๆ เมื่อนำมาแขวนใกล้ตัวบ้าน โดยเฉพาะบริเวณที่มีแสงแดดตกกระทบ ก็จะช่วยลดความร้อนที่จะตกกระทบตัวบ้านได้อย่างดี นอกจากนี้ต้นไม้แขวนต้องการน้ำและความชื้นมาก ก็จะช่วยเพิ่มความชื้นให้กับบริเวณโดยรอบได้อีกด้วย
  • ต้นไม้เลื้อย เหมาะแก่การทำระแนงให้เลื้อยบังแดดเฉพาะจุด โดยสามารถกำหนดขนาดและองศาของไม้ระแนงได้ตามต้องการ ไม้เลื้อยมีมากมายหลายชนิดให้เลือกตามความชอบ ส่นใหญ่จะมีดอกสวยงาม มีใบมาก และมักจะไม่ค่อยผลัดใบ เช่น การเวก เล็บมือนาง พวงคราม พวงแสด เป็นต้น
  • ต้นไม้น้ำ ต้นไม้น้ำต้องอยู่ในน้ำ ดังนั้นเวลาจะปลูกจึงต้องมีภาชนะใส่น้ำให้ เช่น โอ่ง กระถาง ตุ่ม หรือขุดสระ ซึ่งหากมีขนาดใหญ่และลึกพอก็จะทำให้ความเย็นให้บริเวณใกล้เคียงได้ ไม้น้ำที่นิยมปลูกกันได้แก่ บัวชนิดต่าง ๆ และกก เป็นต้น บัวเป็นไม้ต้องการแดด ยิ่งปลูกในภาชนะใหญ่และลึก ก็จะลดความร้อนบริเวณโดยรอบได้มาก ส่วนกกชอบอยู่ในที่ร่มมากกว่า ดังนั้นจะใส่ภาชนะขนาดไหนก็ได้ อ่างไม้น้ำยังเหมาะที่จะวางบริเวณชานเรือนขนาดใหญ่อย่างยิ่ง เพื่อลดการสะสมความร้อนบริเวณชานบ้านได้อย่างดี เพราะถึงแม้จะเป็นพื้นไม้ หากได้รับแสงเป็นเวลานาน ชานเหล่านี้ก็จะร้อนและเป็นตัวเก็บสะสมความร้อนได้ เมื่อมีลมพัดมาก็จะกลายเป็นลมร้อนกระจายไปทั่วหรือเข้าบ้านได้

          ลองเลือกต้นไม้ที่ชื่นชอบ ที่เหมาะกับสภาพพื้นที่ และสภาพการใช้ประโยชน์ แล้วลงมือปลูกในหน้าฝนนี้ เพื่อเพิ่มต้นไม้เบอร์ 5 ให้กับบ้านสักต้น 2 ต้น แล้วบอกกับเพื่อนบ้านว่า ต้นนี้แหละเบอร์ 5 ประหยัดพลังงานเหมือนกัน




  Back |   Top



Magazine | Engineeringtoday . Construction & Property . ไฟฟ้าและอุตสาหกรรม . อินทาเนีย . Green network . บรรจุภัณฑ์ไทย .
Directory | ทำเนียบอุตสาหกรรมก่อสร้าง-วัสดุ . YellowGreen Pages Thailand .
Article | In Trend . WorldWatch . เวทีประลองความคิด . ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง . สู่ศตวรรษใหม่ . รายงานพิเศษ . บทความพิเศษ . FW-mail
Column | Travel . สกู๊ปพิเศษ . เยี่ยมชมโครงการ/โรงงาน . แฟ้มบุคคล . เทคโนโลยี . พลังงานสิ่งแวดล้อม . สิ่งประดิษฐ์ / งานวิจัย . รอบรู้เรื่องไอที
Knowledge | องค์กรวิศวกรรม&อุตสาหกรรม . โครงการสนับสนุนอุตสาหกรรม . บริการอุตสาหกรรม . มาตรฐานอุตสาหกรรม . ศัพท์ช่าง
Law | วิศวกรรม . อุตสาหกรรม . พลังงาน . ทรัพย์สินทางปัญญา


471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400 Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649 Fax. 0-2640-4260
Copyright ©TECHNOLOGY MEDIA CO.,LTD All right reserved