» Home » Magazine » News » Column » Article » Knowledge » Law » About us

สรท. ชี้เศรษฐกิจไทยปี 2555 เติบโตได้ แต่เสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่เปราะบาง
TNN : Technologymedia News 1/24/2012


สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย(สรท.) ร่วมกับ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา แถลงผลคาดการณ์ดัชนีมูลค่าการส่งออกของประเทศไทย ปี 2555 ว่าจะเติบโตถึง 12% ปริมาณการส่งออกเติบโต 9.7% และหากภาครัฐมีการลงทุนตามแผนงานที่วางไว้อย่างครบถ้วน ก็จะทำให้ GDP มีโอกาสขยายตัวได้ถึง 4.5% อย่างไรก็ตามภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังคงต้องเผชิญกับความเปราะบาง ทำให้มีระดับการเติบโตต่ำ จึงคาดว่าสหภาพยุโรปจะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ซึ่งหากวิกฤตการเงินในยุโรปขยายตัวในวงกว้าง ก็อาจส่งผลกระทบทำให้ GDP ของไทย ขยายตัวได้เพียง 2-3% เท่านั้น

ด้านธนาคารโลก (World Bank) ได้ประเมินภาพรวมอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลกปี 2555 ว่าจะเติบโตอยู่ที่ 2.5% ซึ่งเป็นการเติบโตต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี และคาดว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปในปีนี้ จะติดลบ 0.3% ด้านทวีปเอเชียคาดว่าจะมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 7.8% โดยที่ประเทศจีนเศรษฐกิจขยายตัว 8.4 % ประเทศอินเดียเศรษฐกิจขยายตัว 6.5%

รศ.ดร.ไพฑูรย์ ไกรพรศักดิ์ รองคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทย มีแนวโน้มจะขยายตัวได้มากถึง 4.5%ถ้าอุปสงค์การใช้จ่ายในประเทศเป็นไปตามแผนของภาครัฐ แต่ขณะเดียวกันหากวิกฤตการเงินโลกขยายตัวในวงกว้าง ก็อาจทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้เพียง 2. 3.%เท่านั้น ด้านมูลค่าการส่งออกรวม ปี 2555 คาดการณ์ว่าจะขยายตัวอยู่ที่ 12.2% ใกล้เคียงกับมูลค่าการส่งออกรวมของภาคอุตสาหกรรม และปริมาณการส่งออกรวมปี 2555 คาดจะขยายตัว 5.9% ขณะอุตสาหกรรมมีปริมาณการส่งออกขยายตัวสูงกว่าอยู่ที่ 9.7% นั่นแสดงให้เห็นว่าราคาสินค้าส่งออกที่สูงขึ้น จะเป็นตัวช่วยทำให้มูลค่าการส่งออกรวมของไทยยังขยายตัวได้ต่อไป

เมื่อเปรียบเทียบตลาดการส่งออกของไทย ระหว่าง ปี 2552 และปี 2554 ก็จะพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปมาก จากปี 2552 ไทยส่งสินค้าออกไปขายยังตลาดอเมริกาเหนือ 16% สหภาพยุโรป14% เอเชียตะวันออก 18% จีน 14% อาเซียน 20% ฯลฯ แต่ในปี 2554 ที่ผ่านมา ได้มีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการส่งออกไปยังตลาดต่างๆ ดังนี้ ตลาดอเมริกาเหนือส่งออกลดลงเหลือ 13 % สหภาพยุโรปส่งออกลดลงเหลือ 12% เอเชียตะวันออกส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 19% จีนส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 16% อาเซียนส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 22% ฯลฯ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จึงเป็นส่วนแสดงให้เห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่ผู้ประกอบการไทยต้องหันมาให้ความสำคัญกับการส่งสินค้าออกไปขายยังภูมิภาคเอเชียให้มากขึ้น เนื่องจากอเมริกาเหนือและยุโรปในฐานะผู้นำเข้าสินค้าจากไทยได้ลดบทบาทลงแล้ว

ด้าน ดร.วัชรัศมิ์ ลีละวัฒน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา กล่าวว่า สิ่งที่มีผลกระทบต่อปริมาณการส่งออกของไทยไปยุโรป คือ การแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ที่หลายประเทศในยุโรปได้ตัดสินใจจะใช้นโยบายรัดเข็มขัด ซึ่งจะทำให้ปริมาณการบริโภคลดลง และมีผลกระทบต่อการส่งออกของไทย แม้ตอนนี้จะยังไม่มีประเทศใดในยุโรปใช้มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีต่อสินค้าออกของประเทศไทยเลยก็ตาม

อีกปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อการลงทุนในประเทศไทยทั้งของนักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างชาติ คือ ความเชื่อมั่นต่อมาตรการป้องกันภัยพิบัติของภาครัฐ ที่จำเป็นต้องมีการวางแผนอย่างเป็นรูปธรรม ชัดเจน และพร้อมสื่อสารออกไปให้ทุกฝ่ายรับทราบ ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดเป็นผลทางลบต่อการตัดสินใจลงทุนในประเทศไทย ซึ่งจะกระทบต่อการว่างงาน และการส่งออกในอนาคต หากมีความชัดเจนในมาตรการเหล่านี้ ไทยก็จะยังคงความสามารถในการแข่งขันกับตลาดต่างประเทศได้

ขณะปัจจัยเสี่ยงในระยะยาวที่จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ตามความเห็นของ รศ.ดร.ไพฑูรย์ คือ ราคาน้ำมันที่หากมีการปรับราคาสูงขึ้นก็จะทำให้ต้นทุนสินค้ามีราคาแพงตามไปด้วย รวมถึงเมื่อมีการรวมตัวกันในนามประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ( ASEAN Economics Community :AEC) ความสามารถในการแข่งขันส่วนหนึ่งจะขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานในเรื่องการขนส่ง

“เมื่อเปิดเสรีอาเซียน ก็จะเกิดการเคลื่อนย้ายแรงงาน สิ่งของ ทรัพยากรต่างๆ ถ้าการคมนาคมขนส่งไม่สะดวกก็จะทำให้ประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากเวที AECนี้ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญ และพัฒนาทั้งการขนส่งทางถนน การขนส่งทางราง และการขนส่งทางน้ำไปพร้อมกัน นอกจากนั้นก็ถึงเวลาแล้วที่ผู้ประกอบการไทยต้องหันมาใสใจต่อการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต การพัฒนาศัยภาพแรงงาน รวมถึงต้องวางแผนต่อไปถึงอนาคตว่าจะย้ายฐานการผลิตหรือไม่” รศ.ดร.ไพฑูรย์ กล่าวทิ้งท้าย

  Back |   Top


   ข่าวใหม่

    กฟภ. จัดงาน “Thailand Lighting Fair 2019” ชูนวัตกรรม PEA IHAPM และ PEA Solar Hero พลิกองค์กรสู่ Digital Utility 9/10/2562

    บีโอไอพร้อมผลักดันผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยสู่อุตสาหกรรมระบบราง 26/9/2562

    MRA 2019 งานแสดงเทคโนโลยีภาคอุตสาหกรรม  26/9/2562

    ปักหมุดต้องห้ามพลาด ‘แพ็ค พริ้นท์อินเตอร์เนชั่นแนล 2019’  17/9/2562

    อุตฯ – คมนาคม ผนึกกำลังเสริมแกร่งภาคการผลิตไทย เตรียมดึงโมเดลโครงสร้างพื้นฐานและการผลิตญี่ปุ่น ตั้งเป้าดันแบรนด์อิมเมจ “เมดอินไทยแลนด์” เทียบชั้น “เมดอินเจแปน” 13/9/2562

    สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย ชี้ อุตฯ ลวด - ท่อ ปี 63 โตแตะ 17.4 ล้านตัน 11/9/2562

    เดลต้านำเสนอดาต้าเซ็นเตอร์ยุค IoT ภายในงาน Data Center Solution Day 2019 Thailand 9/9/2562

    ครม.เศรษฐกิจ คลอดแพคเกจ 7 ด้าน เร่งรัดการลงทุน 9/9/2562

  more...          



Magazine | Engineeringtoday . Construction & Property . ไฟฟ้าและอุตสาหกรรม . อินทาเนีย . Green network . บรรจุภัณฑ์ไทย . Mining Magazine .
Directory | ทำเนียบอุตสาหกรรมก่อสร้าง-วัสดุ . YellowGreen Pages Thailand .
Article | In Trend . WorldWatch . เวทีประลองความคิด . ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง . สู่ศตวรรษใหม่ . รายงานพิเศษ . บทความพิเศษ . FW-mail
Column | Travel . สกู๊ปพิเศษ . เยี่ยมชมโครงการ/โรงงาน . แฟ้มบุคคล . เทคโนโลยี . พลังงานสิ่งแวดล้อม . สิ่งประดิษฐ์ / งานวิจัย . รอบรู้เรื่องไอที
Knowledge | องค์กรวิศวกรรม&อุตสาหกรรม . โครงการสนับสนุนอุตสาหกรรม . บริการอุตสาหกรรม . มาตรฐานอุตสาหกรรม . ศัพท์ช่าง
Law | วิศวกรรม . อุตสาหกรรม . พลังงาน . ทรัพย์สินทางปัญญา


471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400 Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649 Fax. 0-2640-4260
Copyright ©TECHNOLOGY MEDIA CO.,LTD All right reserved