» Home » Magazine » News » Column » Article » Knowledge » Law » About us

สภาที่ปรึกษาฯ หามาตรการฝ่าวิกฤติ EU หวั่นกระทบภาคส่งออกของไทย
TNN : Technologymedia News 7/24/2012


อุทัย สอนหลักทรัพย์ นำทัพสมาชิกสภาที่ปรึกษาฯ และผู้ทรงคุณวุฒิร่วมหาทางออกประเทศไทยจากวิกฤติ EU ด้านรองประธานสภาอุตสาหกรรมฯ เผย 11 มาตรการลดผลกระทบเบื้องต้น เตรียมผลักดันเป็นความเห็นเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

เมื่อวันที่ 19 ก.ค.55 คณะทำงานเศรษฐกิจมหภาค การเงิน การคลัง สภาที่ปรึกษาฯ นำโดย อุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานคณะทำงานฯ จัดการสัมมนาเรื่อง “ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ EU ผลกระทบภาคส่งออกของไทย” เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น รวมถึงหาแนวทางในการลดผลกระทบจากวิกฤติ เศรษฐกิจในสหภาพยุโรปต่อประเทศไทย ณ ห้องประชุมสำนักงานสภาที่ปรึกษาฯ ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ

อุทัยฯ กล่าวว่า ปัญหาของ EU มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศไทย คณะทำงานเศรษฐกิจมหภาคฯ สภาที่ปรึกษาฯ ในฐานะที่มีบทบาทตามรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจและสังคมรวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงจัดสัมมนาเรื่องดังกล่าวขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการช่วยเสนอข้อมูล ความคิดเห็น เพื่อลดผลกระทบจากวิกฤติ EU ที่จะเกิดกับประเทศไทย ส่วนความเห็นที่ได้จากการสัมมนา จะนำมาประมวลเป็นความเห็นและข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป

เปิดประเด็นโดย รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ชี้ว่า วิกฤติ EU ทุกวันนี้มาจากการขาดเอกภาพของยูโรโซน ทั้งทางด้านความแตกต่างทางโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศสมาชิก ความหลากหลายทางการเมือง ความแตกต่างทางสังคมและวัฒนธรรมระหว่างยุโรปเหนือ ยุโรปตะวันตก และยุโรปใต้เอง ซึ่งปัญหาดังกล่าวอาจมีผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง ทั้งผลกระทบด้านการแกว่งไกวของตลาดเงินและตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ด้านการนำเข้าส่งออก และด้านการท่องเที่ยว รวมถึงผลกระทบทางอ้อม ถ้าหากประเทศในแถบเอเชีย อย่างเช่น อินเดีย จีน อินโดนีเซีย เป็นต้น ได้รับผลกระทบจากวิกฤติ EU ก็อาจทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบตามไปด้วย

ด้าน ดร.บันลือศักดิ์ ปุสสะรังสี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร CIMB THAI จำกัด มหาชน มองวิกฤติดังกล่าวว่าเหมือนรถที่กำลังพุ่งเหว ซึ่งไม่สามารถหยุดได้ ทำได้เพียงชะลอให้ช้าลงเท่านั้น ตนเห็นว่าประเทศไทยมีภูมิคุ้มกันค่อนข้างสูงหลังจากเผชิญวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อปี พ.ศ.2540 และวิกฤติจากสหภาพยุโรปจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยเพียงแค่ทำให้เศรษฐกิจในประเทศหดตัวหรือโตช้าเท่านั้น ไม่ทำให้ประเทศไทยเกิดวิกฤติทางการเงินตามไปด้วยอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าในช่วงนี้ประเทศไทยควรเร่งเปิดเสรีทางการค้าและธุรกิจการบริการให้มากขึ้น

ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสมาชิกสภาที่ปรึกษาฯ เผยข้อเสนอแนะและมาตรการเบื้องต้นสำหรับผลกระทบภาคส่งออกต่อวิกฤติเศรษฐกิจสหภาพยุโรปถดถอย จากการระดมความคิดเห็นของผู้ส่งออกและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

1. ปัญหาเฉพาะหน้าดูแลสภาพคล่องของกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะ SMEs โดยให้ธนาคารของรัฐเข้ามาปล่อยสินเชื่อแบบผ่อนปรน
2. ดูแลเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนไม่ให้ผันผวนและสนับสนุนให้ใช้เงินสกุลต่างประเทศในการชำระค่าระวางเรือ (Freight) และร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยในการรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 3.0 หรือต่ำกว่านี้ไปจนถึงสิ้นปี
3. ปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการนำเข้า-ส่งออก แก้ไข ปรับปรุงกฎเกณฑ์ ข้อบังคับในการลดขั้นตอน เพื่อให้การนำเข้า-ส่งออกมีความสะดวก รวดเร็ว
4. ขอให้กรมสรรพากรพิจารณาในการคืนภาษีให้รวดเร็ว โดยเฉพาะการข้อคืนภาษีหัก ณ ที่จ่าย
5. ส่งเสริมการส่งออกกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งให้มีระบบสินเชื่อให้กับคู่ค้า เพื่อให้ปริมาณและมูลค่าการส่งออก รวมทั้งสนับสนุนและแก้ไขอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกให้สินค้าเข้า-ออกชายแดน
6. การส่งเสริมการส่งออกทดแทนตลาดหลัก ให้รัฐบาลมีการทำเป็นแบบบูรณาการและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสนับสนุนให้มีการจัดโครงการส่งเสริมสินค้าไทย โดยให้ SMEs และกลุ่มอุตสาหกรรมที่ด้อยโอกาสสามารถเข้าร่วมได้โดยเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด
7.ส่งเสริมให้มีการจัดหาวัตถุดิบซึ่งขาดแคลนเพื่อผลิตและส่งออกในปริมาณที่เพียงพอและมีแหล่งให้เลือกในการแข่งขันด้านราคา
8. รัฐบาลควรเร่งเจรจาเพื่อขอคืน GRP กลับคืนมา เนื่องจากสินค้าไทยหลายรายการถูกประเทศคู่ค้าตัดสิทธิประโยชน์ทางภาษีนำเข้า ส่งผลให้สินค้าไทยมีราคานำเข้าสูงกว่าประเทศคู่แข่ง
9. ให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน
10. ส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศให้มีความชัดเจน
11. รัฐบาลควรมีการกำหนดเป้าหมายการส่งออกให้สอดคล้องกับความเป็นจริง โดยเป้าหมายการส่งออกสามารถปรับเปลี่ยนได้ หากมีปัจจัยภายนอกหรือภายในเข้ามากระทบ

ที่มา : www.thaipr.net

  Back |   Top


   ข่าวใหม่

    สภาสถาปนิก’19 ระดมทัพนวัตกรรมก่อสร้าง คาดมีผู้เข้าชมตลอดงาน 90,000 คน พร้อมเดินหน้ายกระดับวงการสถาปนิก -ธุรกิจก่อสร้าง 15/11/2562

    ราช กรุ๊ป เผยผลการดำเนินงาน 9 เดือน ปี’62 มีรายได้รวม 33,611 ล้านบาท ทุ่มทุนกว่า 2,000 ล้านบาท ซื้อหุ้นนวนครการไฟฟ้า เสริมความมั่นคงทางธุรกิจ 15/11/2562

    กฟภ. จัดงาน “Thailand Lighting Fair 2019” ชูนวัตกรรม PEA IHAPM และ PEA Solar Hero พลิกองค์กรสู่ Digital Utility 9/10/2562

    บีโอไอพร้อมผลักดันผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยสู่อุตสาหกรรมระบบราง 26/9/2562

    MRA 2019 งานแสดงเทคโนโลยีภาคอุตสาหกรรม  26/9/2562

    ปักหมุดต้องห้ามพลาด ‘แพ็ค พริ้นท์อินเตอร์เนชั่นแนล 2019’  17/9/2562

    อุตฯ – คมนาคม ผนึกกำลังเสริมแกร่งภาคการผลิตไทย เตรียมดึงโมเดลโครงสร้างพื้นฐานและการผลิตญี่ปุ่น ตั้งเป้าดันแบรนด์อิมเมจ “เมดอินไทยแลนด์” เทียบชั้น “เมดอินเจแปน” 13/9/2562

    สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย ชี้ อุตฯ ลวด - ท่อ ปี 63 โตแตะ 17.4 ล้านตัน 11/9/2562

  more...          



Magazine | Engineeringtoday . Construction & Property . ไฟฟ้าและอุตสาหกรรม . อินทาเนีย . Green network . บรรจุภัณฑ์ไทย . Mining Magazine .
Directory | ทำเนียบอุตสาหกรรมก่อสร้าง-วัสดุ . YellowGreen Pages Thailand .
Article | In Trend . WorldWatch . เวทีประลองความคิด . ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง . สู่ศตวรรษใหม่ . รายงานพิเศษ . บทความพิเศษ . FW-mail
Column | Travel . สกู๊ปพิเศษ . เยี่ยมชมโครงการ/โรงงาน . แฟ้มบุคคล . เทคโนโลยี . พลังงานสิ่งแวดล้อม . สิ่งประดิษฐ์ / งานวิจัย . รอบรู้เรื่องไอที
Knowledge | องค์กรวิศวกรรม&อุตสาหกรรม . โครงการสนับสนุนอุตสาหกรรม . บริการอุตสาหกรรม . มาตรฐานอุตสาหกรรม . ศัพท์ช่าง
Law | วิศวกรรม . อุตสาหกรรม . พลังงาน . ทรัพย์สินทางปัญญา


471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400 Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649 Fax. 0-2640-4260
Copyright ©TECHNOLOGY MEDIA CO.,LTD All right reserved