» Home » Magazine » News » Column » Article » Knowledge » Law » About us

รายงานการลงทุนโลก 2013 เผยตัวเลข FDI ทั่วโลกปี’55 ลดลงร้อยละ 18 จากปีก่อนหน้า ชี้เป็นครั้งแรกที่ประเทศกำลังพัฒนาได้รับเงินลงทุนมากที่สุด
TNN : Technologymedia News 6/27/2013





               เจนีวา, 26 มิถุนายน 2556 อังค์ถัดออกรายงานการลงทุนของโลกในปีนี้ เผยผลสำรวจพบว่า แนวโน้มกระแสเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของโลกในปี 2555 ลดลง 18% จากปีก่อนหน้า เหลือเพียง 1.35 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ และการฟื้นตัวจากนี้ไปจะใช้เวลามากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ เนื่องจากความเปราะบางของเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนในเชิงนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน

               อังค์ถัดคาดว่า FDI ในปี 2556 จะมีปริมาณใกล้เคียงกับปี 2555 โดยมีโอกาสเพิ่มขึ้นได้สูงสุด 1.45 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ (กราฟที่ 1) และหากในระยะปานกลาง ภาวะทางเศรษฐกิจมหภาคมีแนวโน้มดีขึ้นและผู้ลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น จะทำให้บรรษัทข้ามชาติต่างๆ เปลี่ยนจากการถือเงินสดมาเป็นการลงทุนใหม่เพิ่มเติม และตัวเลข FDI ของโลกอาจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 1.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2557 และ 1.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2558ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับนี้ก็ยังแสดงให้เห็นความกังวลถึงปัจจัยลบต่างๆ เช่น ความอ่อนแอของโครงสร้างระบบการเงิน โอกาสที่เศรษฐกิจมหภาคจะตกต่ำ และความไม่แน่นอนในนโยบายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน ก็อาจทำให้ FDI ของโลกถดถอยลงไปอีกได้เช่นกัน

               ในปี 2555 กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาสามารถดึงดูด FDI ได้มากที่สุด ถึงร้อยละ 52 ของ FDI ทั้งหมด และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ FDI ไหลเข้าไปยังกลุ่มประเทศเหล่านี้มากกว่ากลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว อย่างไรก็ตามตัวเลข FDI ที่ประเทศกำลังพัฒนาได้รับในปี 2555 ยังลดลงจากปีก่อนหน้าเล็กน้อย (ประมาณ 4%) มาอยู่ที่มูลค่า 703พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งสูงสุดเป็นลำดับสองเมื่อเทียบกับ FDI ที่ไหลเข้ามาในกลุ่มนี้ในปีก่อนหน้าทั้งหมด หากพิจารณาในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาด้วยกัน ประเทศในเอเชีย อเมริกาใต้ และคาริบเบียน ยังได้รับกระแสเงินลงทุนโดยตรงในปี2555 สูงที่สุดเมื่อเทียบกับที่เคยได้รับมาในปีก่อนๆ แม้ว่าการเติบโตจะลดลงเล็กน้อย ประเทศในแอฟริกายังได้รับ FDIเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ส่วนประเทศที่ยังมีระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจไม่มาก ได้แก่ กลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุด

                ประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่มีทางออกทะเล และหมู่เกาะต่างๆ ก็ยังได้รับ FDI สูงขึ้นเช่นกัน ประเทศกำลังพัฒนามีการออกไปลงทุนในต่างประเทศเป็นมูลค่า 426 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็น ประมาณร้อยละ 31 ของ FDI ของโลกทั้งหมด โดยกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย อเมริกาใต้ และแคริบเบียน ยังออกไปลงทุนในต่างประเทศในปริมาณที่ใกล้เคียงกับปี 2554 และในกลุ่มนี้ประเทศในเอเชียมีการออกไปลงทุนมากที่สุดถึงร้อยละ 75 ของการลงทุนจากประเทศกำลังพัฒนาทั้งหมด ผู้ลงทุนรายใหญ่มาจากจีนซึ่งขึ้นมาจากอันดับ 6 ของโลก มาเป็นเป็นอันดับ 3 เป็นรองเพียงสหรัฐฯ และญี่ปุ่น (กราฟที่ 2) ส่วนแอฟริกาก็ออกไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 3 เท่า สำหรับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ได้รับ FDI ลดลงถึงร้อยละ 32 เหลือเพียง 561 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เห็นครั้งล่าสุดเมื่อทศวรรษที่แล้ว ในขณะเดียวกัน ประเทศในกลุ่มพัฒนาแล้วยังออกไปลงทุนใน ต่างประเทศลดลงร้อยละ 23 เหลือ 909 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เท่ากับเมื่อปี 2552

                แนวโน้มเศรษฐกิจที่ไมแน่นอนทำให้บรรษัทข้ามชาติในประเทศพัฒนาแล้วชะลอการลงทุนหรือเลือกที่จะไม่ถือสินทรัพย์ในต่างประเทศแทนที่จะขยายธุรกิจในต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ประเทศพัฒนาแล้ว 22 ใน 38 ประเทศ มีการไปลงทุนในต่างประเทศลดลงในปีนี้
ส่วนแนวโน้มด้านอื่นๆ ที่สำคัญเกี่ยวกับ FDI ของโลกในปี 2555 มีดังนี้

กิจการที่รัฐเป็นเจ้าของและกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติลงทุนโดยตรงในต่างประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
               รัฐวิสาหกิจที่มีกิจการในต่างประเทศมีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 650 รายในปี 2553 เป็น 845 รายในปี 2555 และมีการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศสูงถึง 145 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนเกือบร้อยละ 11 ของโลก สำหรับกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติมีการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศเพียง 20 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ก็เพิ่มขึ้นเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน และหากนับทุกปีรวมกันจะมีมูลค่า 127 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นการลงทุนในสาขาการเงิน อสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้าง และสาธารณูปโภคต่างๆ

  • การลงทุนผ่านศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศ (offshore financial center) และนิติบุคคลเฉพาะกิจ(special purpose entity) ยังน่ากังวล การลงทุนผ่านศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศและนิติบุคคลเฉพาะกิจมีมูลค่าสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ แม้ว่าในประชาคมโลกจะมีความพยายามจัดการปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษีโดยเน้นประเด็นไปที่ศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศ แต่ปริมาณเงินทุนที่ไหลเข้าไปยังศูนย์กลางทางการเงินเหล่านี้ ในปัจจุบันยังอยู่ที่ระดับที่เกือบเท่ากับระดับสูงสุดที่เคยมีในปี 2550 และปริมาณเงินลงทุนที่ไหลเข้าผ่านนิติบุคคลเฉพาะกิจนั้นก็เพิ่มขึ้นเกือบ 7 เท่าในปี 2553 (กราฟที่ 3) นอกจากนี้ ประเทศที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่นิติบุคคลเฉพาะกิจก็มีจำนวนมากขึ้นเช่นกัน
  • เครือข่ายการผลิตระหว่างประเทศเติบโตอย่างมั่นคง ในปี 2555 เครือข่ายการผลิตระหว่างประเทศของบรรษัทข้ามชาติ

ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากกระแสการไหลเข้าออกของ FDI ที่แม้จะลดลง แต่ก็ทำให้เกิดการสะสมทุนเพิ่มขึ้น ปริมาณ FDI สะสม (FDI stock) เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 เป็น 23 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2555 บริษัทลูกในต่างประเทศที่อยู่ในเครือของบริษัทข้ามชาติต่างๆ มียอดขายทั้งสิ้น 26 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ (มาจากการส่งออก 7.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.4 จากปี 2554 และยังสร้างมูลค่าเพิ่มถึง 6.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ เติบโตขึ้นร้อยละ 5.5 ซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับการเติบโตของ GDP โลกซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 2.3 บริษัทที่อยู่ในเครือบรรษัทข้ามชาติเหล่านี้ยังมีการจ้างงานถึง 721 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.7 จากปี 2554 (ตารางที่ 1)

  • ส่วนของกำไรที่นำกลับมาลงทุน (reinvested earnings) จะเป็นแหล่งเงินที่สำคัญ สำหรับการลงทุนในระยะยาว ในปี

2554 ปริมาณ FDI สะสมของโลก 21 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ก่อให้เกิดรายได้จากการลงทุนทั้งสิ้น 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดอัตราผลตอบแทนได้ร้อยละ 7 แต่สำหรับอัตราผลตอบแทนในประเทศกำลังพัฒนาและเขตเศรษฐกิจเปลี่ยนผ่านจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลก อยู่ที่ร้อยละ 8 และ 13 ตามลำดับ ในขณะที่อัตราผลตอบแทนในประเทศพัฒนาแล้วอยู่ที่ร้อยละ 5 เท่านั้น ในจำนวนรายได้เหล่านี้ ประมาณ 1 ใน 3 จะยังคงไว้ในประเทศที่รับการลงทุนส่วนอีก 2 ใน 3 จะถูกส่งกลับประเทศแม่ (โดยเฉลี่ยแล้วจะมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 3.4 จากดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศ) แต่สำหรับประเทศกำลังพัฒนาส่วนของรายได้ที่ยังคงอยู่ในประเทศจะสูงที่สุดถึงร้อยละ 40 ของรายได้จาก FDI ทั้งหมด ซึ่งจะเป็นแหล่งเงินทุนที่สำคัญในการลงทุนต่อไป อย่างไรก็ตาม รายงานการลงทุนโลกก็ยังเตือนประเทศกำลังพัฒนาเหล่านี้ว่ากิจการอาจไม่ได้นำรายได้ที่คงไว้ในประเทศไปลงทุนต่อทั้งหมด และเป็นความท้าทายของรัฐบาลว่าจะดำเนินนโยบายเพื่อให้มีการจัดสรรรายได้เหล่านี้ไปยังการลงทุนที่มีประสิทธิภาพได้อย่างไร

* แปลโดย สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน)



Tags : เจนีวา • FDI • นิติบุคคลเฉพาะกิจ



  Back |   Top


   ข่าวใหม่

    กฟภ. จัดงาน “Thailand Lighting Fair 2019” ชูนวัตกรรม PEA IHAPM และ PEA Solar Hero พลิกองค์กรสู่ Digital Utility 9/10/2562

    บีโอไอพร้อมผลักดันผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยสู่อุตสาหกรรมระบบราง 26/9/2562

    MRA 2019 งานแสดงเทคโนโลยีภาคอุตสาหกรรม  26/9/2562

    ปักหมุดต้องห้ามพลาด ‘แพ็ค พริ้นท์อินเตอร์เนชั่นแนล 2019’  17/9/2562

    อุตฯ – คมนาคม ผนึกกำลังเสริมแกร่งภาคการผลิตไทย เตรียมดึงโมเดลโครงสร้างพื้นฐานและการผลิตญี่ปุ่น ตั้งเป้าดันแบรนด์อิมเมจ “เมดอินไทยแลนด์” เทียบชั้น “เมดอินเจแปน” 13/9/2562

    สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย ชี้ อุตฯ ลวด - ท่อ ปี 63 โตแตะ 17.4 ล้านตัน 11/9/2562

    เดลต้านำเสนอดาต้าเซ็นเตอร์ยุค IoT ภายในงาน Data Center Solution Day 2019 Thailand 9/9/2562

    ครม.เศรษฐกิจ คลอดแพคเกจ 7 ด้าน เร่งรัดการลงทุน 9/9/2562

  more...          



Magazine | Engineeringtoday . Construction & Property . ไฟฟ้าและอุตสาหกรรม . อินทาเนีย . Green network . บรรจุภัณฑ์ไทย . Mining Magazine .
Directory | ทำเนียบอุตสาหกรรมก่อสร้าง-วัสดุ . YellowGreen Pages Thailand .
Article | In Trend . WorldWatch . เวทีประลองความคิด . ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง . สู่ศตวรรษใหม่ . รายงานพิเศษ . บทความพิเศษ . FW-mail
Column | Travel . สกู๊ปพิเศษ . เยี่ยมชมโครงการ/โรงงาน . แฟ้มบุคคล . เทคโนโลยี . พลังงานสิ่งแวดล้อม . สิ่งประดิษฐ์ / งานวิจัย . รอบรู้เรื่องไอที
Knowledge | องค์กรวิศวกรรม&อุตสาหกรรม . โครงการสนับสนุนอุตสาหกรรม . บริการอุตสาหกรรม . มาตรฐานอุตสาหกรรม . ศัพท์ช่าง
Law | วิศวกรรม . อุตสาหกรรม . พลังงาน . ทรัพย์สินทางปัญญา


471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400 Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649 Fax. 0-2640-4260
Copyright ©TECHNOLOGY MEDIA CO.,LTD All right reserved