» Home » Magazine » News » Column » Article » Knowledge » Law » About us

นักวิชาการ ถก “พรบ.ร่วมทุน ประเทศไทย ได้หรือเสีย”
TNN : Technologymedia News 7/19/2013


                เมื่อเร็วๆ นี้ เครือข่ายคลังสมองปกป้องปวงชนร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ได้จัดเวทีเสวนา “พรบ.ร่วมทุน ประเทศไทย ได้หรือเสีย” ณ ห้องประชุมมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ประสานมิตร โดยมุ่งเน้นให้ได้คำตอบร่วมกันว่า พ.ร.บ.การให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 รัฐเน้นให้ประโยชน์แก่ฝ่ายใด

                นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  กล่าวว่า พ.ร.บ.การให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 (พรบ.ร่วมทุน) เป็นกฎหมายที่ปรับปรุงแก้ไขมาจาก พรบ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 ประกาศบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2556 และจะมีผลบังคับเต็มที่เมื่อคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือที่เรียกว่า คณะกรรมการ PPP ประกาศหลักเกณฑ์ต่างๆ ในรายละเอียดซึ่งคาดว่าจะเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2556  โดยวัตถุประสงค์ของการปรับปรุงแก้ไขในครั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักธุรกิจและเอกชนมากขึ้น  รวมถึงทำให้สามารถแก้ไขสัญญาที่ทำไว้กับรัฐได้ง่ายยิ่งขึ้น

                กฎหมายนี้เป็นส่วนหนึ่งของทุนนิยมเสรีในกระแสโลกาภิวัตน์  ซึ่งจะยิ่งเป็นการไปทำลายประชาธิปไตยและก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในสังคม เพราะกฎหมายนี้จะแปรรูปให้ทุกอย่างกลายเป็นสินค้าและธุรกิจ เปลี่ยนสมบัติสาธารณะเป็นสมบัติเอกชนของชนชั้นอภิสิทธิ์ เช่น โครงการสร้างมอเตอร์เวย์ไปหนองคายต้องเวนคืนที่ดินที่อุดมสมบูรณ์แถวปากช่องแล้วไล่ชาวบ้านไปอยู่ที่อื่น เป็นต้น 

                นอกจากนี้ ในอดีตเราพบโครงการของรัฐและเอกชนที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนมามาก เช่น โรงไฟฟ้าแม่เมาะ มาบตาพุด ท่อก๊าซที่กาญจนบุรี โครงการบำบัดน้ำเสียคลองด่าน คิงเพาเวอร์ ฯลฯ ปัจจุบันเรายังเผชิญกับโครงการเงินกู้ 2.2 ล้านล้าน โครงการเหมืองแร่ต่างๆ โครงการขุดเจาะน้ำมันและสำรวจปิโตรเลียม ซึ่งพ.ร.บ.ร่วมทุนใหม่ยกเว้นให้กิจการปิโตรเลียมไม่ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบตามกฎหมายนี้อีกด้วย

                นพ.นิรันดร์ มองว่า หากพ.ร.บ.ร่วมทุน ถูกนำมาใช้บังคับอย่างเต็มที่ จะเกิดความเสียหายในระบบนิติรัฐนิติธรรม เพราะแสดงให้เห็นว่าผู้มีอำนาจสามารถออกกฎหมายเอื้อประโยชน์ให้ตัวเองได้ เป็นการทุจริตเชิงนโยบาย และแสดงให้เห็นว่ามีการร่างกฎหมายที่ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม ไม่เป็นไปตามหลักการมีส่วนร่วมตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งประชาชนเข้าชื่อกัน 20,000 รายชื่อสามารถเข้าชื่อกันให้วุฒิสภาตรวจสอบได้ และประชาชนสามารถร้องขอให้ศาลปกครอง หรือศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาตรวจสอบการออกกฎหมายหรือนโยบายที่ผิดได้

                ด้าน ศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า พ.ร.บ.ร่วมทุนฉบับใหม่เป็นการเปิดประตูขนาดใหญ่ให้เอกชนเข้ามาใช้ทรัพยากรของประเทศโดยไม่มีมาตรการที่จะควบคุมติดตามตรวจสอบได้ ให้อำนาจคนกลุ่มหนึ่ง คือคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ มีอำนาจยกทรัพยากรให้เอกชน ซึ่งคณะกรรมการฯ มี 7 อรหันต์ ที่เรียกว่าผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งจะเป็นใครมาจากไหนก็ได้ และอาจเป็นคนที่มีผลประโยชน์กับเอกชนได้เช่นกัน

                ช่องว่างสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือเปิดโอกาสให้สัญญาที่เอกชนทำกับรัฐไว้ เมื่อใช้ไปสามารถแก้ไขสัญญาได้ภายหลัง เพราะปัจจุบันนักการเมืองเข้ามาควบคุมการออกกฎหมายและเขียนกฎหมายเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเองในกระแสทุน นักการเมืองพยายามออกกฎหมายเอื้อประโยชน์ให้ตัวเองสามารถตักตวงประโยชน์จากทรัพย์กรได้

                “ดังนั้นในวันพุธที่ 24 กรกฎาคม 2556  ทางสมาคมฯ จะนำเรื่องไปยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าพ.ร.บ.ร่วมทุนฯ มาตรา 28 นั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 169 หรือไม่ และไม่ว่าอย่างไร ก็จะขอสู้เรื่องนี้ให้ถึงที่สุด” นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าว

                รศ.คมสัน โพธิ์คง อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อธิบายว่า พ.ร.บ.ร่วมทุนฉบับใหม่ เปิดโอกาสให้มีการฮั้วกันได้อย่างเปิดเผยมากขึ้น และจะก่อให้เกิดการคอรัปชั่นอย่างมหาศาล เพราะเขียนไว้ในมาตรา 28 ว่าการอนุมัติโครงการใดๆ โดยคณะรัฐมนตรีให้ถือว่าเป็นการอนุมัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ เท่ากับเขียนว่ามติคณะรัฐมนตรีมีค่าเป็นกฎหมาย หรือยกเว้นกฎหมายต่างๆ และยกเว้นรัฐธรรมนูญมาตรา 169 ได้

                "มาตรา 28  หากโครงการใดจะต้องมีการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายของแผ่นดินหรืองบประมาณของหน่วยงานเจ้าของโครงการ หรือจะต้องมีการก่อหนี้โดยการกู้หรือการค้ำประกันโดยกระทรวงการคลังเพื่อใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ เมื่อคณะกรรมการให้ความเห็นชอบหลักการของโครงการแล้ว ให้เสนอโครงการนั้นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการและวงเงินงบประมาณรายจ่ายหรือวงเงินที่จะใช้ในการก่อหนี้ของโครงการนั้น ทั้งนี้ ให้ถือว่าการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีเป็นการอนุมัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กฎหมายว่าด้วยการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ ในส่วนที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี" รศ.คมสัน กล่าว

                รศ.คมสัน กล่าวต่อไปว่า คณะกรรมการPPP ดูเหมือนว่าดีที่มีผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมด้วย 7 คน และมีฝ่ายการเมืองกับข้าราชการประจำรวม 10 คน ซึ่งฝ่ายการเมืองกับข้าราชการรวมแล้วมีจำนวนมากกว่าครอบงำกรรมการชุดนี้ได้ ปัญหาคือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแม้จะห้ามถือหุ้นในบริษัทเอกชนหลังออกจากการเป็นคณะกรรมการPPP แต่ไม่ได้ห้ามการเป็นผู้ถือหุ้นระหว่างยังเป็นคณะกรรมการ PPP อยู่ด้วย และไม่ได้ห้ามบุตร ภรรยา หรือญาติของผู้ถือหุ้นเข้าเป็นกรรมการ PPP

                “ในมาตรา 14 วรรคท้ายของพ.ร.บ.ร่วมทุนฉบับใหม่ กำหนดว่า “กรรมการที่มีส่วนได้เสียในเรื่องที่มีการพิจารณาจะเข้าร่วมประชุมหรือออกเสียงลงคะแนนในเรื่องดังกล่าวมิได้” ซึ่งเป็นเทคนิคการเขียนกฎหมายที่ซ่อนเงื่อนปมเอาไว้ หมายความว่า คนที่มีส่วนได้เสียแม้จะออกเสียงลงคะแนนไม่ได้แต่ก็สามารถเป็นคณะกรรมการ กฎหมายฉบับนี้เหมือนปูทางให้โครงการเงินกู้ 2 ล้านล้าน และโครงการบริหารจัดการน้ำมูลค่า 3.5 แสนล้านเดินทางได้สะดวก” รศ.คมสัน กล่าวทิ้งท้าย



Tags : เครือข่ายคลังสมองปกป้องปวงชน • มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ • กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ • กฎหมาย • นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน



  Back |   Top


   ข่าวใหม่

    นักวิจัยแนะสำรวจอาคารในกทม.ออกแบบตามมยผ. ติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดในแอ่งดินอ่อนเพิ่มขึ้น รับมือแผ่นดินไหว 21/11/2562

    สภาสถาปนิก’19 ระดมทัพนวัตกรรมก่อสร้าง คาดมีผู้เข้าชมตลอดงาน 90,000 คน พร้อมเดินหน้ายกระดับวงการสถาปนิก -ธุรกิจก่อสร้าง 15/11/2562

    ราช กรุ๊ป เผยผลการดำเนินงาน 9 เดือน ปี’62 มีรายได้รวม 33,611 ล้านบาท ทุ่มทุนกว่า 2,000 ล้านบาท ซื้อหุ้นนวนครการไฟฟ้า เสริมความมั่นคงทางธุรกิจ 15/11/2562

    กฟภ. จัดงาน “Thailand Lighting Fair 2019” ชูนวัตกรรม PEA IHAPM และ PEA Solar Hero พลิกองค์กรสู่ Digital Utility 9/10/2562

    บีโอไอพร้อมผลักดันผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยสู่อุตสาหกรรมระบบราง 26/9/2562

    MRA 2019 งานแสดงเทคโนโลยีภาคอุตสาหกรรม  26/9/2562

    ปักหมุดต้องห้ามพลาด ‘แพ็ค พริ้นท์อินเตอร์เนชั่นแนล 2019’  17/9/2562

    อุตฯ – คมนาคม ผนึกกำลังเสริมแกร่งภาคการผลิตไทย เตรียมดึงโมเดลโครงสร้างพื้นฐานและการผลิตญี่ปุ่น ตั้งเป้าดันแบรนด์อิมเมจ “เมดอินไทยแลนด์” เทียบชั้น “เมดอินเจแปน” 13/9/2562

  more...          



Magazine | Engineeringtoday . Construction & Property . ไฟฟ้าและอุตสาหกรรม . อินทาเนีย . Green network . บรรจุภัณฑ์ไทย . Mining Magazine .
Directory | ทำเนียบอุตสาหกรรมก่อสร้าง-วัสดุ . YellowGreen Pages Thailand .
Article | In Trend . WorldWatch . เวทีประลองความคิด . ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง . สู่ศตวรรษใหม่ . รายงานพิเศษ . บทความพิเศษ . FW-mail
Column | Travel . สกู๊ปพิเศษ . เยี่ยมชมโครงการ/โรงงาน . แฟ้มบุคคล . เทคโนโลยี . พลังงานสิ่งแวดล้อม . สิ่งประดิษฐ์ / งานวิจัย . รอบรู้เรื่องไอที
Knowledge | องค์กรวิศวกรรม&อุตสาหกรรม . โครงการสนับสนุนอุตสาหกรรม . บริการอุตสาหกรรม . มาตรฐานอุตสาหกรรม . ศัพท์ช่าง
Law | วิศวกรรม . อุตสาหกรรม . พลังงาน . ทรัพย์สินทางปัญญา


471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400 Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649 Fax. 0-2640-4260
Copyright ©TECHNOLOGY MEDIA CO.,LTD All right reserved